More over 1000 days in past
That i want them back
.

And be only mine
Just only me
In my life
.

Not bad as
I face it now
.

มีแต่เรื่องในใจ
อยากบอกใคร
ให้ช่วยแบ่งเบา
ทุกคนเป็นห่วงเรา
บอกให้เอาใจใส่
ตัวเอง
.

ทุกๆ เช้าที่ตื่น 
ฉันจะโดนเธอฉุดเสมอ
ให้ลุกจากเตียง

ทำทุกอย่าง
ที่กวนโมโห

อย่างนี้แล้วฉันจะลืมอย่างไร
.

I am in a trouble
Stuck with the puzzle

.

Don’t want to live without you
Because you are,
My everyday
.

Last day
I am done.

4.06 
BKK

*

ก็ไม่รู้ทำไม
เหมือนกัน

คนที่เราคิดว่า
ไม่มีทีท่า
ว่าจะทำร้ายเราได้
คนที่เราไว้ใจทุกอย่าง

กลับทำร้ายเราได้
หนักกว่าใครทุกคน


.

ความคิดตอนนั้น
มันเพ้อฝันเกินจริง

ฝันไปว่า
เป็นคนสุดท้ายของชีวิต
และจะอยู่ด้วยกันไปจน
วันสุดท้ายของชีวิต


แล้วเราก็คิดเอาเองอยู่คนเดียว
ว่าสิ่งที่เรากำลังรู้สึกอยู่
เขาก็คงรู้สึกเหมือนกัน

.

เราไม่รู้การเริ่มต้นรักกัน
ต้องหาว่าใครเริ่มก่อนด้วยรึเปล่า
ถ้ามารู้ทีหลังว่า
คนเริ่มก่อนเป็นคนผิด

ก็ไม่ควรรักกันตั้งแต่แรก

.

ไม่เคยมีวันที่ทะเลาะกัน
แล้วจบลงด้วยการคุยกัน
ด้วยความเข้าใจ

.

พอมองกลับไป
ก็โทษตัวเองทุกครั้ง

กับสิ่งที่เราละเลย
ความตั้งใจของตัวเอง

.


แต่บางครั้ง
สิ่งนั้นก็ทำให้เรารู้สึก
ว่าเราหนักแน่นกับเขาจริงๆ 


.

วางใจมาตลอด
และน้อยใจมาตลอด

.


ความคิดของผู้หญิง
กับผู้ชายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

มีเพียงรสนิยมเท่านั้น
ที่พอคาบเกี่ยวกันได้

.

อยากอยู่ด้วย

.


คืนที่อยู่ดีๆ ก็นอนร้องไห้
มีแต่คำว่า ไม่น่าเลย
ไม่น่ามาเลย

.

มีหนึ่งความรู้สึกที่มั่นคงมากๆ 
ตั้งแต่แรกๆ จนถึงตอนนี้ 
ก็ไม่คิดว่าจะรู้สึกกับใครได้แบบนี้

และก็วกกลับมาคำถามเดิมอีกครั้งคือ
ก็ไม่คิดว่าเหมือนกัน ว่าจะทำร้ายเราได้มากถึงขนาดนี้



.

ถ้ามีเขาอยู่ด้วย
เราก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
กลับเป็นคนที่ไม่น่าอยู่ด้วย
มากที่สุดในโลก 

.


ทำร้ายความรู้สึก
ตัดทอนความรัก ลงเรื่อยๆ

.


คนที่รักกัน
ต้องไม่ทำให้กันร้องไห้ใช่ไหม

.

เคยคิดมาตลอดว่า
อยากมีพาร์ทเน้อของชีวิต
ที่ไปไหนไปกัน ไปกันทั่วโลกเลย

แม้แต่แค่ทะเลหัวหิน
แค่สองคน
ก็ไม่เคยมีจริง


.


เราอยู่แล้ว
เรารู้มาแต่แรก
เรารู้แต่เราก็รัก

.

ที่เขาบอกว่า
รักมาก ก็เกลียดมาก
เกลียดมาก ที่คนที่รัก
ทำให้เกลียด

.


อยากจะรักแค่ไหน ?


.

เราจำได้ไม่หมดว่ากว่าสามปีที่ผ่านมา
เราทำอะไรไปบ้าง ไม่ว่าจะดี หรือ ร้าย

แต่ที่เรารู้ตอนนี้ คือ 
มันไม่มีค่า อะไรเลย


.

รักและผูกพัน

ตอนนี้อยู่บ้านวันสุดท้าย
ก่อนกลับไปเก็บของย้ายออก

แผนเปลี่ยน
เมื่อตอนนี้ได้งานแล้ว

การกลับมาอยู่บ้านเฉยๆ ที่บ้าน
จึงไม่อาจเกิดขึ้นจริง

ที่จริงก็ชินแล้ว
กับการกลับมาอยู่บ้านแบบนี้ อยู่สบายๆ 
แต่ชีวิตก็ช่างไร้จุดหมายเสียเหลือเกิน

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยากเรียนจบไปทำไม
จริงๆ อยากย้อนกลับไปตอนมอปลาย
ตอนที่ชีวิตมีแพชชั่นกับเรื่องความฝัน
ตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆ ไปหมดเลย

ตอนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโตมาอยากเป็นอะไร
ตอนนี้ก็เลยไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร
จึงกลายเป็น เป็นอะไรก็ได้ที่ทำได้

แม่งโคตรไร้ความฝันเลย

ไม่พร้อมจะก้าวต่อไปจริงๆ 
เดือนหน้าจะอายุ 22 แล้ว

วันเกิดจะเวียนมาอีกครั้ง 
อายุที่เพิ่มขึ้นได้เปลี่ยนชีวิตอะไรไปบ้างไหม
ตอบเลยว่าไม่
มันหยุดตื่นเต้นกับตัวเลขอายุ
ตั้งแต่ขึ้นเลขสองตัวแรกแล้ว

จะวันเกิดกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม
ตัวก็เท่าเดิม ก็ใช่สิ เพราะเราหยุดโตแล้วนี่หน่า
แต่สิ่งต่างๆ รอบตัวเปลี่ยนไปเร็วมาก

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดมาทำไม
บางทีก็อยากตายไปเลย
ไม่อยากใช้ชีวิตต่อไปแล้ว
ไม่รู้จะใช้ไปทำอะไรอีก

อะไรที่เคยฝัน
มันก็ไม่อยากไปถึงแล้ว

แต่พอมานึกถึงพ่อแม่แล้ว
ยังไงเราก็ควรตายหลังเขาอยู่ดี


บางทีก็ไม่รู้ว่าเกิดมาแล้วต้องมีความรู้สึกนี้
อย่างเช่น พวกความรัก ความผูกพัน ความห่วงใย
ทำไมต้องมีคนที่รักเราและคนที่เรารัก
นอกจากคนแล้วยังมีของที่เรารักอีก

บอกเลยว่าเราติดอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้เอามากๆ
เวลาเรามีของที่เรารักมาก ผ่านไปกี่สิบปีเราก็ยังจะเก็บมันไว้
ต่อให้มันจะใช้ไม่ได้ จะผุพังแค่ไหนก็ตาม

แต่กับคนที่เรารัก ผ่านไปกี่สิบปีมีกี่ร้อยกี่พันเรื่องราวที่ต้องเผชิญ
ต่อให้เราจะมองว่าเขาเข็มแข็งแค่ไหน เราพึ่งพาเขาได้แค่ไหน
สุดท้ายวันหนึ่งเขาก็ต้องจากเราไปตามอายุไข
เราไม่สามารถเก็บเขาไว้ต่อไปได้ 
เหลือเพียงแค่ความรู้สึกที่มีต่อเขาเท่านั้นที่เราเก็บไว้
กับความทรงจำที่มีด้วยกัน

นี่แหละคือความรู้สึกที่ทำร้ายเราอยู่ทุกวันนี้
และมันจะมีมากขึ้นกว่านี้ในอนาคตต่อไป
ที่เราแก่ขึ้นทุกวันๆ ก็มีคนที่เรารักแก่ขึ้นทุกวันๆ เหมือนกัน

ไม่อยากอยู่ต่อเพื่อเจอเรื่องเสียใจอะไรอีกแล้ว
ไม่อยากอยู่ต่อเพื่อเจอกับเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจคิดไว้
ไม่อยากอยู่ต่อเพื่อทำให้ใครผิดหวังหรือเสียใจ
ไม่อยากอยู่ต่อเพื่อเป็นภาระของใคร

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่าอยู่ๆ ก็รู้สึกแบบนี้
โลกนี้มันคงอยู่ยากขึ้นมั้ง
หรือเราหมดฝันนั้นแล้วจริงๆ

day 2 

วันที่สองแล้ว
ไม่ได้จะรู้สึกแตกต่าง
ไปจากเดิมเท่าไหร่
ที่รู้ๆ เลย คือ เหงามาก

นอกจากจะไปช่วยแม่ขายของแล้ว
ชีิวิตทั้งวันก็ไม่มีสาระอะไรเลย

จริงๆ แล้ว ซีเรียสมาก 
กับการจะเอายังไงดีกับชีวิต
เหมือนจะไม่โดนโดยตรงจากพ่อแม่ 
แต่ก็โดนสิ่งแวดล้อมรอบเรากดกันเบาๆ
จากทุกสิ่งๆ ย้ำว่า ทุกๆ สิ่ง รอบตัวจริงๆ

พอมีเวลาว่างมากโคตร
แบบไม่ต้องทำอะไรตามกำหนดการ
แล้วแม่งโคตรขี้เกียจเลย
.

day 1

วันที่หนึ่งของการกลับมาอยู่บ้าน
หลังจากเรียนจบ
เรียนจบแบบจบจริงๆ

ลำปางยังอากาศร้อนมากเหมือนเดิม
ร้อนมากจนไม่อยากทำอะไรเลย
ยืนเฉยๆ ยังร้อน

บอกตามตรง
ตั้งแต่ขนของย้ายออกไป เมื่อสี่ปีก่อน
ก็ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะบอกกับตัวเองว่า
จะขนของย้ายกลับมาอยู่บ้านอีก 


ห้องนอนของตัวเองที่เคยเป็นโลกของเฟิน เป็นทุกอย่าง
ตอนนี้เปลี่ยนไปมาก คล้ายๆ กับห้องเก็บของ
ช่วงหลังเวลากลับบ้านมา
ก็ไม่นอนห้องตัวเองมาเป็นปีๆ แล้ว

ยิ่งพอยายเสียแล้ว
ยิ่งไม่อยากกลับไปนอนห้องนี้
ไม่ใช่เพราะกลัว แต่บรรยากาศตอนยายยังอยู่ห้องนี้
มันยังวนอยู่ในความทรงจำ

มันไม่ใช่ห้องเฟินตั้งแต่เฟินย้ายออกไปแล้ว
ตอนนี้ให้กลับไปเก็บของ ย้ายโต๊ะ ย้ายตู้จัดใหม่
ก็ไม่มีอารมณ์แล้ว


นี่ก็ทำใจอยู่ให้เริ่มจัดห้อง
เพราะเดี๋ยวไปขนของกลับมาแล้ว
ก็ต้องกลับมาอยู่ห้องนี้อยู่ดี
กลับมาสร้างโลกของเฟินที่ห้องเดิมอีกครั้ง

เวลาอะไรที่เราชินไปแล้ว
มันอยู่ตัวแล้ว 
เราจะไม่อยากเคลื่อนย้ายไปไหนอีก


ตอนนี้โลกของเฟินมันยังอยู่ที่ห้อง 309
เราย้ายโลกของเราจากบ้านไปห้องนั้น 
ตลอดสี่ปีเราสร้างมันขึ้นมาใหม่
เดี๋ยวต้องพามันกลับมา

อย่างน้อยๆ ก็สามเดือน 
ที่ต้องกลับมาอยู่บ้านแน่ๆ ล่ะ 
จนกว่าจะรับปริญญา
จนกว่าจะมีกะใจสมัครงาน
หรือหาเรื่องย้ายออกอีกครั้ง
เริ่มต้นใหม่กับชีวิตวัยผู้ใหญ่
ที่ไม่ได้อยากจะเป็นเท่าไหร่นัก

กลับมาอยู่บ้าน
แม่ก็ยังบ่นเหมือนเดิม
เหมือนตอนเราอายุสิบสอง
ทั้งๆ ที่ตอนนี้จะยี่สิบสองแล้ว 

ตอนอยู่หอคนเดียวก็บ่นๆ อยากกลับบ้าน
พอกลับมาอยู่บ้าน ก็ต้องการชีวิตตัวคนเดียว

เราว่าสิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือ
บ้านที่มีครอบครัวและมีสเปซให้เราได้อยู่คนเดียว
มีโลกของเฟิน แต่พอเฟินก้าวออกจากโลกของเฟิน
เฟินก็เจอครอบครัว 
ไม่ใช่เฟินก้าวเข้าออกโลกของเฟิน
แล้วเฟินก็ยังตัวคนเดียว

จริงๆ เรามีโปรเจคนะ
อยากสร้างโน่นทำนี่
ตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้วนะ
อย่างน้อยเราก็ไม่มีภาระผูกพัน
ทางด้านการเรียนอีกต่อไปแล้ว

แต่เหมือนพอรู้ตัวว่า
ต้องกลับมาอยู่บ้านอย่างถาวร
ก็ทำตัวไม่คุ้นเคยขึ้นมาซะอย่างงั้น
ทุกอย่างดูไม่ชิน 
ทั้งที่ถนนหนทางก็ยังเป็นเหมือนเดิม

ต่อให้กลับมาที่เดิม 
เวลามันเปลี่ยนไปแล้ว
มันไม่มีทางเหมือนเดิม
เราบอกได้เลย
.

If you care enough.

บ่อยครั้งจนรู้สึกว่า
นี่รักกันจริงรึเปล่า

คนที่บอกว่ารัก
เราจะเชื่อเขาได้จากอะไร
.

21-year-old
a very young lady
who loves to be
sister and daughter ♥

view archive